Today Thursday, 29th September 2022
Cloud Factory

The cloud knows how to get it done.

ข้อดีของการกายภาพบำบัด

ข้อดีของการกายภาพบำบัด

ด้วยอิริยาบทของการทำงานและขยับร่างกายในปัจจุบันของใครหลายๆ คน มักจะเกิดการนั่งเป็นเวลานานๆ เนื่องจาก Work From home บ้าง, การยกของหนักๆ ผิดท่าผิดทางบ้างหรือแม้แต่การขับรถหรือเดินทางเป็นเวลานานๆ ล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียต่อร่างกายของเราทีละน้อย โดยที่เราไม่ทันสังเกต เมื่อรู้ตัวอีกที่ก็เกิดอาการบาดเจ็บปวดเมื่อยเสียแล้ว “การกายภาพบำบัด” หรือการ “ยืดกล้ามเนื้อ” จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกๆ ท่านในปัจจุบันเป็นอย่างมากเลยหล่ะครับ บทความนี้จะพาทุกๆ ท่านไปหาข้อมูลและทำความรู้จักกับการ “ทำกายภาพบำบัด” กันครับ

รู้จักกับ การทำกายภาพบำบัด

กายภาพบำบัด (Physical therapy: PT) เป็นการฟื้นฟู และเสริมสร้างความสามารถในการใช้ร่างกายด้วยเทคนิคต่างๆ เช่น การดึง นวด ประคบ ร่วมกับการบริหารร่างกายสำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ มีอาการปวด หรือได้รับผลข้างเคียงจากอาการเจ็บป่วยจนทำกิจวัตรประจำวันได้ไม่เต็มที่นั้นเองครับ ซึ่งเทคนิคและวิธีการต่างๆ ของกายทำกายภาพบำบัดจะปฎิบัติตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถแบ่งการทำกายภาพบำบัดได้หลายสายงาน ยกตัวอย่างเช่น กายภาพบำบัดระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ, กายภาพบำบัดด้านระบบประสาท, กายภาพบำบัดด้านระบบทรวงอกหลอดเลือดและหัวใจ, กายภาพบำบัดด้านกีฬาและกายภาพบำบัดในชุมชน เป็นต้นครับ

ข้อดีของการทำกายภาพบำบัดช่วยอะไรได้บ้าง?

การทำกายภาพบำบัดมีจุดประสงค์หลักเพื่อฟื้นฟูร่างกาย และเสริมสร้างความสามาถในการใช้ร่างกาย เพื่อให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ดังนั้นการทำกายภาพบำบัดจะมุ่งเน้นที่การบรรเทาอาการต่างๆ ให้ดีขึ้นตามลำดับครับ ซึ่งสามารถกล่าวถึงข้อดีเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

●ช่วยบรรเทาอาการปวด

●ช่วยป้องกัน หรือฟื้นฟูร่างกายจากการบาดเจ็บ

●ช่วยป้องกันความพิการ หรือลดโอกาสที่จะต้องผ่าตัด

●ช่วยป้องกันการล้มหรือลื่น โดยทำให้ร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น

●มีส่วนช่วยให้ควบคุมกระเพาะปัสสาวะได้มากขึ้น

●มีส่วนช่วยประคองอาการจากโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคข้ออักเสบ โรคเบาหวาน

●มีส่วนช่วยให้ใช้แขนขาเทียมได้ดีขึ้น

●มีส่วนช่วยให้ใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ไม้เท้า ได้ดีขึ้น

●เพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกาย

●ฟื้นฟูร่างกายหลังจากผ่าตัด

●ฟื้นฟูร่างกายของผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมอง

●ฟื้นฟูร่างกายหลังจากให้กำเนิดบุตร

4 ตัวอย่างการทำกายภาพบำบัด

การทำกายภาพบำบัดที่กระดูก จะเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ และกระดูกที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ กระดูก เอ็น พังผืด และเส้นเอ็น เหมาะสำหรับเงื่อนไขทางการแพทย์ เช่น กระดูกหัก เคล็ดขัดยอก เอ็นอักเสบ ปัญหาจากการใช้ยาแก้อักเสบนาน ๆ และการฟื้นฟู หรือฟื้นตัวจากการผ่าตัดกระดูก ผู้ป่วยอาจได้รับการรักษาด้วยการเคลื่อนไหวร่วมกันการบำบัดด้วยตนเอง การฝึกความแข็งแรง การฝึกการเคลื่อนไหว และวิธีการอื่น ๆ

กายภาพบำบัดเพื่อดูแลบาดแผล เป็นวิธีที่จะช่วยในการรักษาแผล เพื่อให้บริเวณแผลได้รับออกซิเจน และเลือดอย่างเพียงพอ มีการไหลเวียนโลหิตที่ดี ซึ่งสามารถทำการบำบัดด้วยการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า การบำบัดด้วยการบีบนวดและการดูแลบาดแผลอย่างใกล้ชิดครับ

การทำกายภาพบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ จะสามารถช่วยผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะปัญหาด้านการเคลื่อนไหว และการทำงานของร่างกาย เช่น โรคข้ออักเสบ โรคกระดูกพรุน โรคอัลไซเมอร์ การเปลี่ยนสะโพก และข้อต่อ ความผิดปกติของการทรงตัว  อาการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูความคล่องตัว ลดความเจ็บปวด และเพิ่มสมรรถภาพทางกาย

การทำกายภาพบำบัดทางระบบประสาท สามารถช่วยผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท และภาวะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคอัลไซเมอร์ การบาดเจ็บที่สมอง สมองพิการ เส้นโลหิตตีบ โรคพาร์กินสัน การบาดเจ็บของไขสันหลัง และโรคหลอดเลือดสมอง การรักษามีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มการตอบสนองของแขนขา รักษาอาการอัมพาต และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยการลดอาการลีบของกล้ามเนื้อ

เป็นอย่างไรกันบางครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “การทำกายภาพบำบัด” ที่เราได้นำมาฝากท่านผู้อ่านกันในวันนี้ คิดว่าน่าจะช่วยให้ทุกท่านเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการทำกายภาพบำบัดเพิ่มขึ้น ไม่มากก็น้อยนะครับ

Erin Andrews

Related Posts